[SR] ตะลุยญี่ปุ่นกับอาหารแมว Nekko และทูนหัวของบ่าว#ตอนที่ 2

วันที่สองของการเที่ยวญี่ปุ่น (29 กันยายน 2558)

เสียงโทรศัพท์ปลุกตอนเช้าดังตั้งแต่ 6 โมง งัวเงียๆเมาขี้ตาลุกขึ้นมาอาบน้ำ

อาบน้ำ! ใช่อาบน้ำ…

ปกติเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เราไม่เคยอาบน้ำตอนเช้าเลย

แต่ช่วงที่เรามานั้นอากาศช่วงเวลากลางวันร้อนพอ ๆ กับไทย ไม่อาบก็เกรงใจคนอื่น

แปดโมงเช้าทุกคนพร้อมกันที่รถบัส

มีการแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ ระหว่างที่รถออกจากโอซาก้ามุ่งหน้าไปเกียวโต

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงวัดคิโยมิสึเดระ หรือวัดน้ำใส

เราจะต้องเดินขึ้นเนินไปจากจุดจอดรถบัสค่ะ เป็นการเดินขึ้นเนินระยะสั้นๆ

เพราะทางมาเองจะเดินขึ้นเนินไกลกว่านี้อีกครึ่ง

แต่ไม่เหนื่อยอะไร ระหว่างทางจะมีร้านค้าต่าง ๆ เรียงรายกันทั้งสองฝั่ง

คุณไกด์ย้ำให้พวกเราขึ้นไปจนถึงด้านหน้าวัดก่อน

ให้เข้ากันไปชมด้านในก่อนที่จะลงมาช้อปปิ้งค่ะ

cookie_nekko2-2

ตากล้อง “พี่ไปไหน ผมไปด้วยอะ”

(แน่ละ…Pocket wifi ที่เราเช่ามาอยู่ที่ตัวเรา เครื่องนี้จะสามารถแชร์สัญญาณกันได้

ถ้าเดินไกลกันหน่อย สัญญาณก็หายแล้ว)

cookie_nekko2-1

วัดคิโยมิสึเดระ เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ได้บันทึกไว้

เป็นวัดที่ก่อสร้างด้วยไม้มาขัดกัน โดยที่ไม่ใช้ตะปูเลยสักตัว

และมีความเชื่อว่า หากอธิษฐานแล้วกระโดดลงไปแล้วไม่เป็นอะไร คำอธิษฐานจะเป็นจริง

…แต่มองจากความสูงแล้ว ก็ไม่ไหวนะ

ตรงมุมนี้ถ้ามาช่วงซากุระบาน (ประมาณต้นเดือนเมษายน) จะเป็นสีชมพู

ถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน) จะเป็นสีส้มแดง

และยังมีการจัดไฟแสดงช่วงกลางคืนด้วย

cookie_nekko2-3

วันที่เรามาอยู่ในช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ยังเป็นใบสีเขียวอยู่

แต่ตั๋วที่ได้มาเปลี่ยนเป็นของฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะ

(ตั๋วเข้าชมจะเปลี่ยนตามฤดูกาลค่ะ)

cookie_nekko2-4

ก่อนจะเข้ามาถึงจุดถ่ายรูป เราจะเดินผ่านศาลเจ้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องขอพรความรัก

(มีจุดขายเรื่องความรักกันหลายที่เลยนะ ที่ญี่ปุ่นนี่…แหม่)

เดินขึ้นบันไดไปก็เจอก้อนหินใหญ่วางขวางทางเดิน…ไม่ใช่! เป็นก้อนหินที่เชื่อว่า

หากเดินหลับตาจากก้อนหนึ่งไปหาอีกก้อนได้โดยไม่ลืมตา ความรักจะสมหวัง

เราไม่ได้ลองทำนะ…หึ รักในความโสด ยึดมั่นอยู่บนคานมาก

ตรงนี้มีนักเรียนญี่ปุ่นมาเล่นกันเยอะค่ะ คนหนึ่งหลับตา

เพื่อนๆที่เป็นกองเชียร์ก็พากษ์กันสนุกสนาน

cookie_nekko2-5

cookie_nekko2-6

เครื่องรางเอย ป้ายอธิษฐานเอย มีจำหน่ายทุกจุด หาง่ายมาก

เครื่องรางมีทั้งด้านความรัก สุขภาพ การเงิน มีครบทุกเรื่องที่อยากจะพก

รูปแบบที่ทำออกมาก็ดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก ชวนดูดเงินในกระเป๋ามาก

cookie_nekko2-7

ลงมาถึงจุดขอพรจากน้ำตกสามสาย ตอนแรกก็เห็นแถวสั้นๆ

ระหว่างที่เดินลงจากบันได มีคณะนักเรียนมาทัศนศึกษากลุ่มใหญ่ ลงไปต่อแถวกันยาวเหยียด

ดูแล้วถ้าต่อเด็กๆ เวลาคงไม่พอแน่ๆ เลยลงมาเดินดูของที่ร้านค้าด้านล่างแทน

cookie_nekko2-9

ร้านค้าสองข้างทางมีทั้งร้านขนม ร้านขายของที่ระลึกค่ะ

cookie_nekko2-10

cookie_nekko2-11

ที่ต้องกินทุกครั้งเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นคือ “ซอฟท์ครีม” นั่นเอง

cookie_nekko2-8

เรา “มาถึงที่นี่แล้วต้องโดนอะ”

ตากล้อง “ผมกินด้วยพี่”…จัดไปคนละโคน

(กินกันแบบเอาเป็นเอาตายเพราะทำเวลา)

จริงๆ แล้วก็ไอศกรีมธรรมดา แต่พอมาที่นี่แล้วมันได้ฟีลลิ่ง

ซื้อเสร็จแล้วก็เข้ามานั่งกินในร้าน จริงๆแล้วอยากถือเดินไปกินไป เพราะเวลามีจำกัด

แต่ทราบมาว่าการเดินกินเป็นมารยาทที่ไม่ดีสำหรับชาวญี่ปุ่น

(คืออาจไปเลอะคนอื่น ทำหกเละเทะพื้น อะไรแบบนี้ด้วย

เรื่องความใส่ใจต่อผู้อื่นนี่ชาวญี่ปุ่นจะปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กด้วยค่ะ)

cookie_nekko2-12

แวะเข้าร้านเครื่องสำอางเก่าแก่กันสักหน่อย

ได้กระดาษซับมันไปฝากน้อง (ซื้ออย่างอื่นไม่ไหว ไม่สู้ราคา)

…………………………………

cookie_nekko2-13

ตอนเที่ยงพวกเรามารับประทานอาหารแบบหม้อไฟ หรือ นาเบะ ค่ะ

ทางร้านจัดเป็นที่ๆ ไว้ให้เรียบร้อย เราแค่เห็นก็ร้องว้าวแล้ว

น้ำซุปในหม้อไฟรสชาติกลมกล่อม มีเต้าหู้ ถั่วงอก ต้นหอม กะหล่ำ ดูเหมือนจืดๆนะ แต่มันเข้ากันดีกับปลาซาบะย่างที่สุดแสนจะสด เนื้อนุ่มแน่นและไม่คาว

เครื่องเคียงจะเป็นสลัดปลาแซลม่อนที่สด อร่อย หวาน

กับผักตุ๋น (แครอท มันฝรั่ง) จัดกันมาเป็นชุดๆ

เป็นมื้อที่เรามีความสุขมาก

 

ตากล้อง “มีใครไม่กินปลาดิบมั้ยครับ”

เรา “มาถึงนี่แล้วต้องกินสิ…”

ตากล้อง “คือผมชอบมากเลยแหละ”

…แล้ว…อิฉันนี้รีบคว้าแซลม่อนเข้าปากตัวเองเลย

นี่ไม่ได้งกนะ…รักษาสิทธิ์เฉยๆ

…………………………………

cookie_nekko2-14

ไปต่อกันที่ศาลฟูชิมิอินาริ กันเลย

ก่อนจะเข้าสู่ตัวศาลเจ้า พวกเราจะต้องเดินผ่านรางรถไฟกันก่อน

คุณไกด์เตือนพวกเราอย่าเพลินถ่ายรูปตรงรางรถไฟ เพราะอันตรายค่ะ

cookie_nekko2-15

เมื่อไปถึงด้านในเราจะพบกับเสาโทริอิสีแดง ที่วางเรียงรายกันเป็นแถวๆ

เดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูปกันสนุกสนาน

ตอนแรกจะหันหลังกลับแล้วล่ะ…เพราะเห็นว่ามีแต่เสาแดงๆ ไม่มีอะไร

แต่ลองเดินต่อไปอีกหน่อย ก็เจอกับศาลเจ้าจิ้งจอกที่ทำให้เรากรี๊ด

cookie_nekko2-16

กรี๊ดอะไร…กรี๊ดแผ่นป้ายขอพรที่สุดแสนจะครีเอท

cookie_nekko2-17

cookie_nekko2-19

แผ่นป้ายเดิมเป็นแค่หน้าจิ้งจอกสีขาวๆ แต่พอเติมหน้าตาลงไปหน่อย

ก็กลายเป็นหน้าตาอื่นๆ แขวนกันเต็มไปหมด

เดินไปจ่าย 500 เยน รับแผ่นป้ายมาวาดและเขียนขอพรด้านหลัง

cookie_nekko2-20

ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถ เราแวะซื้อน้ำผลไม้สด ที่หมายตาไว้ตั้งแต่ตอนเดินเข้ามา

ส้มลูกโตๆ ดูน่ากินมาก แม่ค้าจะใช้เครื่องเจาะเอาแกนกลางออกก่อน

แล้วก็ใช้เครื่องที่ว่า นำส้มทั้งลูกที่เจาะแกนกลางเข้าไปปั่นๆกวนๆเนื้อข้างในผลส้มให้มีน้ำ

แต่น้ำยังอยู่ในผลส้มนั้นนะ ไม่ได้เทใส่ขวดหรือแก้ว

เสร็จแล้วถามเราว่าจะเติมน้ำผึ้งด้วยมั้ย…เราขอเติมมานิดเดียว

เรา “ไอซ์ ๆ ถ่ายรูปเรากะผลส้มนี่ให้หน่อย”

ตากล้อง “ได้เลยพี่”

….แชะ….

ตากล้อง “โห พี่ กลมเหมือนกันเลย หน้าพี่กับส้มอะ”

 #@##@!!*!&!!!!!

cookie_nekko2-21

กลับมาที่น้ำส้ม…ในผลส้มลูกโตในมือ

ซู้ดดดด…แอะ…แหยะ…ขมอ่า…คิดในแง่ดีว่า เรากำลังได้รสชาติของความเป็นกากใยส้ม ปลอบใจตัวเองไป

500 เยนของฉ้านนนนน ดูดไปสามสี่อึก จบไปด้วยความเฝื่อน

(ถ้าเติมน้ำผึ้งเยอะกว่านี้คงจะดีขึ้น)

…………………………………

เริ่มตึง ๆ น่องเพราะการเดินกันแล้ว แต่ทัวร์วันนี้ยังไม่จบ

ข้ามเมืองไปจังหวัดนารากันเลย

เราจะไปวัดโทไดจิกันค่ะ

cookie_nekko2-22

วัดโทไดจิเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระไดบุตสึ(หลวงพ่อโต) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ก่อนเข้าไปตัววัดจะเจอฝูงกวางเดินไปเดินมาเป็นจำนวนมาก

cookie_nekko2-27

cookie_nekko2-23

และมีซุ้มเล็กๆ ขายเซมเบ้ให้นักท่องเที่ยวไว้สำหรับป้อนกวางด้วยค่ะ

… คุณนัชญ์ ซื้อเซมเบ้ แล้วโดนกวางล้อมหน้าล้อมหลัง

ดูๆไปเหมือนกำลังโดนรีดไถ…

เมื่อข้ามประตูไม้ใหญ่เข้ามาจะเจอวิหารหลังใหญ่

ตัววิหารจะทำจากไม้ทั้งหลัง แต่ที่เราเห็นคือการสร้างแทนที่ของเดิม

เมื่อเข้าไปในวิหารเราเห็นโมเดลจำลองวิหารของเก่าเทียบกับของปัจจุบันด้วย

ของปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่ามาก (นี่ขนาดเล็กแล้วนะ)

cookie_nekko2-24

ช่วงที่เดินอยู่ภายในวิหาร นอกจากองค์พระโตและทวารบาลที่มีขนาดใหญ่แล้ว

cookie_nekko2-25

สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างคือ เสาต้นใหญ่ มีนักเรียนต่อแถวกันจำนวนมาก

เสาต้นนี้จะมีช่องให้ลอดด้านล่าง ถ้าลอดผ่าน คำอธิษฐานจะเป็นจริงประมาณนี้

cookie_nekko2-26

ปลายทางออกจะโดนดักด้วยเครื่องราง ของที่ระลึกอีกแล้ว

เดินดูเพลินๆ ก็เห็นเครื่องรางสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย น่ารักมาก

เป็นเครื่องรางไว้สำหรับเสริมเสน่ห์สัตว์เลี้ยงค่ะ

ซื้อมาฝากแมวตามระเบียบ

cookie_nekko2-28 cookie_nekko2-29 cookie_nekko2-30 cookie_nekko2-32 cookie_nekko2-31

ออกมาจากวิหารก็เจอกวางนั่งบ้างหลับบ้าง ดูสงบกว่ากวางที่อยู่ด้านนอก

ถ้าใครซื้อเซมเบ้ ขอแนะนำว่าให้มาป้อนกวางด้านในดีกว่าค่ะ

ดูเป็นกวางชั่วโมงบินน้อย ไม่รุนแรงเท่ากวางชั่วโมงบินสูงด้านนอก

ที่เล่าแบบนี้เพราะเจอกับตัวเอง

กำลังยืนหน้าร้านขายเซมเบ้ ยังไม่ทันจะหยิบกระเป๋าเงิน เจ้ากวางก็มางับหลังอยู่สองทีแรงๆ

ทำเอาสะดุ้งอุทานโวยวายสไตล์ไทยแลนด์โดะไปเหมือนกัน

พอซื้อเสร็จ…ก็โดนกวาง 4-5 ตัว ล้อมไว้อยู่กับที่

น่ากลัวหน่อยๆ

 

เรา “ไอซ์ ๆ ป้อนกวางบ้างมั้ย ไม่ไหวละ”

ตากล้อง (สั่นหัวด๊อกแด๊กเป็นหนังแขก ทำหน้าแหยงๆ) “ไม่อะพี่”

แล้วปล่อยให้เราป้อนเซมเบ้กวางรัวๆ ให้คุมกับ 150 เยนที่จ่ายไปกับค่าเซมเบ้หนึ่งมัด

…………………………………

cookie_nekko2-33

จบมื้อค่ำด้วยมือเรา นั่นก็คือการละเลง “โอโคโนมิยากิ” ด้วยฝีมือตัวเองค่ะ

วิธีทำก็ไม่ยากเลย เอาเบคอนลง เอาส่วนผสมลงไปกองให้กลมๆ ต่างหาก รอประมาณห้านาที

แล้วพลิกกลับด้านให้ทับเบคอนแล้วก็รอให้สุก พอจวนสุกก็ราดด้วยน้ำจิ้มกับมายองเนสค่ะ

บนโต๊ะอาหารมีไก่คาราเกะ มันฝรั่งทอด หมึกย่าง ยากิโซบะ ทุกอย่างขนาดจัมโบ้วางไว้ด้วย

จัดเต็มกันมาเลยทีเดียว…

นอกจากจะเป็นทัวร์ที่ทำให้ฟินกับแมวแล้ว ยังเป็นทัวร์ชูชกด้วย

cookie_nekko2-34

…………………………………

สำหรับโปรแกรมทัวร์วันนี้จบเท่านี้

เข้าที่พัก แต่เรายังไม่จบ…โรงแรมที่พวกเราพักอยู่ย่านอุเมดะ

ใกล้ๆกับสถานีโอซาก้า / สถานีอุเมดะ เราไปห้าง Yodobashi อีกรอบ

(ที่ไปมาวันแรกแล้วไม่เจอตู้หยอดไข่)

cookie_nekko2-35

วันนี้เราถามกับพนักงานเลยว่าเครื่องหมุนไข่อยู่ตรงไหน (Gachapon)

พอเดินไปเจอตามที่พนักงานบอก…ดีใจมาก

ตู้หมุนไข่วางกันเรียงราย แต่อนิจจาห้างจะปิดในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าแล้ว (ปิดสี่ทุ่ม)

รออะไรคะ…หมุนสิหมุนนนนน

cookie_nekko2-36 cookie_nekko2-37

ตู้หยอดไข่ จะพบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ราคา 200-400 เยน แล้วแต่แบบต่อการหมุนหนึ่งครั้ง

ของที่อยู่ในไข่จะมีภาพแปะอยู่บนตู้ แล้วแต่ว่าเราจะเลือกหมุนตู้ไหน

แล้วจะมีการเปลี่ยนคอลเลคชั่นกันตลอด ไปเดือนหน้าอาจจะไม่มีที่เราเคยหมุนเดือนนี้แล้วก็ได้

มันเป็นของฝากที่เหมาะมากๆ อีกอย่างหนึ่งเลยนะ

 

จบวันนี้ด้วยไข่เต็มถุง…

พรุ่งนี้เราจะไปปราสาทโอซาก้ากับคาเฟ่แมวกัน

(ทัวร์ปล่อยอิสระอีกครึ่งวัน…เราจะพาน้องตากล้องไปตามหามินเนี่ยน จะได้กลับมาหรือไม่ โปรดติดตาม)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s