[SR] ตะลุยญี่ปุ่นกับอาหารแมว Nekko และทูนหัวของบ่าว#ตอนที่ 2

วันที่สองของการเที่ยวญี่ปุ่น (29 กันยายน 2558)

เสียงโทรศัพท์ปลุกตอนเช้าดังตั้งแต่ 6 โมง งัวเงียๆเมาขี้ตาลุกขึ้นมาอาบน้ำ

อาบน้ำ! ใช่อาบน้ำ…

ปกติเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เราไม่เคยอาบน้ำตอนเช้าเลย

แต่ช่วงที่เรามานั้นอากาศช่วงเวลากลางวันร้อนพอ ๆ กับไทย ไม่อาบก็เกรงใจคนอื่น

แปดโมงเช้าทุกคนพร้อมกันที่รถบัส

มีการแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ ระหว่างที่รถออกจากโอซาก้ามุ่งหน้าไปเกียวโต

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงวัดคิโยมิสึเดระ หรือวัดน้ำใส

เราจะต้องเดินขึ้นเนินไปจากจุดจอดรถบัสค่ะ เป็นการเดินขึ้นเนินระยะสั้นๆ

เพราะทางมาเองจะเดินขึ้นเนินไกลกว่านี้อีกครึ่ง

แต่ไม่เหนื่อยอะไร ระหว่างทางจะมีร้านค้าต่าง ๆ เรียงรายกันทั้งสองฝั่ง

คุณไกด์ย้ำให้พวกเราขึ้นไปจนถึงด้านหน้าวัดก่อน

ให้เข้ากันไปชมด้านในก่อนที่จะลงมาช้อปปิ้งค่ะ

cookie_nekko2-2

ตากล้อง “พี่ไปไหน ผมไปด้วยอะ”

(แน่ละ…Pocket wifi ที่เราเช่ามาอยู่ที่ตัวเรา เครื่องนี้จะสามารถแชร์สัญญาณกันได้

ถ้าเดินไกลกันหน่อย สัญญาณก็หายแล้ว)

cookie_nekko2-1

วัดคิโยมิสึเดระ เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ได้บันทึกไว้

เป็นวัดที่ก่อสร้างด้วยไม้มาขัดกัน โดยที่ไม่ใช้ตะปูเลยสักตัว

และมีความเชื่อว่า หากอธิษฐานแล้วกระโดดลงไปแล้วไม่เป็นอะไร คำอธิษฐานจะเป็นจริง

…แต่มองจากความสูงแล้ว ก็ไม่ไหวนะ

ตรงมุมนี้ถ้ามาช่วงซากุระบาน (ประมาณต้นเดือนเมษายน) จะเป็นสีชมพู

ถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน) จะเป็นสีส้มแดง

และยังมีการจัดไฟแสดงช่วงกลางคืนด้วย

cookie_nekko2-3

วันที่เรามาอยู่ในช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ยังเป็นใบสีเขียวอยู่

แต่ตั๋วที่ได้มาเปลี่ยนเป็นของฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะ

(ตั๋วเข้าชมจะเปลี่ยนตามฤดูกาลค่ะ)

cookie_nekko2-4

ก่อนจะเข้ามาถึงจุดถ่ายรูป เราจะเดินผ่านศาลเจ้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องขอพรความรัก

(มีจุดขายเรื่องความรักกันหลายที่เลยนะ ที่ญี่ปุ่นนี่…แหม่)

เดินขึ้นบันไดไปก็เจอก้อนหินใหญ่วางขวางทางเดิน…ไม่ใช่! เป็นก้อนหินที่เชื่อว่า

หากเดินหลับตาจากก้อนหนึ่งไปหาอีกก้อนได้โดยไม่ลืมตา ความรักจะสมหวัง

เราไม่ได้ลองทำนะ…หึ รักในความโสด ยึดมั่นอยู่บนคานมาก

ตรงนี้มีนักเรียนญี่ปุ่นมาเล่นกันเยอะค่ะ คนหนึ่งหลับตา

เพื่อนๆที่เป็นกองเชียร์ก็พากษ์กันสนุกสนาน

cookie_nekko2-5

cookie_nekko2-6

เครื่องรางเอย ป้ายอธิษฐานเอย มีจำหน่ายทุกจุด หาง่ายมาก

เครื่องรางมีทั้งด้านความรัก สุขภาพ การเงิน มีครบทุกเรื่องที่อยากจะพก

รูปแบบที่ทำออกมาก็ดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก ชวนดูดเงินในกระเป๋ามาก

cookie_nekko2-7

ลงมาถึงจุดขอพรจากน้ำตกสามสาย ตอนแรกก็เห็นแถวสั้นๆ

ระหว่างที่เดินลงจากบันได มีคณะนักเรียนมาทัศนศึกษากลุ่มใหญ่ ลงไปต่อแถวกันยาวเหยียด

ดูแล้วถ้าต่อเด็กๆ เวลาคงไม่พอแน่ๆ เลยลงมาเดินดูของที่ร้านค้าด้านล่างแทน

cookie_nekko2-9

ร้านค้าสองข้างทางมีทั้งร้านขนม ร้านขายของที่ระลึกค่ะ

cookie_nekko2-10

cookie_nekko2-11

ที่ต้องกินทุกครั้งเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นคือ “ซอฟท์ครีม” นั่นเอง

cookie_nekko2-8

เรา “มาถึงที่นี่แล้วต้องโดนอะ”

ตากล้อง “ผมกินด้วยพี่”…จัดไปคนละโคน

(กินกันแบบเอาเป็นเอาตายเพราะทำเวลา)

จริงๆ แล้วก็ไอศกรีมธรรมดา แต่พอมาที่นี่แล้วมันได้ฟีลลิ่ง

ซื้อเสร็จแล้วก็เข้ามานั่งกินในร้าน จริงๆแล้วอยากถือเดินไปกินไป เพราะเวลามีจำกัด

แต่ทราบมาว่าการเดินกินเป็นมารยาทที่ไม่ดีสำหรับชาวญี่ปุ่น

(คืออาจไปเลอะคนอื่น ทำหกเละเทะพื้น อะไรแบบนี้ด้วย

เรื่องความใส่ใจต่อผู้อื่นนี่ชาวญี่ปุ่นจะปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กด้วยค่ะ)

cookie_nekko2-12

แวะเข้าร้านเครื่องสำอางเก่าแก่กันสักหน่อย

ได้กระดาษซับมันไปฝากน้อง (ซื้ออย่างอื่นไม่ไหว ไม่สู้ราคา)

…………………………………

cookie_nekko2-13

ตอนเที่ยงพวกเรามารับประทานอาหารแบบหม้อไฟ หรือ นาเบะ ค่ะ

ทางร้านจัดเป็นที่ๆ ไว้ให้เรียบร้อย เราแค่เห็นก็ร้องว้าวแล้ว

น้ำซุปในหม้อไฟรสชาติกลมกล่อม มีเต้าหู้ ถั่วงอก ต้นหอม กะหล่ำ ดูเหมือนจืดๆนะ แต่มันเข้ากันดีกับปลาซาบะย่างที่สุดแสนจะสด เนื้อนุ่มแน่นและไม่คาว

เครื่องเคียงจะเป็นสลัดปลาแซลม่อนที่สด อร่อย หวาน

กับผักตุ๋น (แครอท มันฝรั่ง) จัดกันมาเป็นชุดๆ

เป็นมื้อที่เรามีความสุขมาก

 

ตากล้อง “มีใครไม่กินปลาดิบมั้ยครับ”

เรา “มาถึงนี่แล้วต้องกินสิ…”

ตากล้อง “คือผมชอบมากเลยแหละ”

…แล้ว…อิฉันนี้รีบคว้าแซลม่อนเข้าปากตัวเองเลย

นี่ไม่ได้งกนะ…รักษาสิทธิ์เฉยๆ

…………………………………

cookie_nekko2-14

ไปต่อกันที่ศาลฟูชิมิอินาริ กันเลย

ก่อนจะเข้าสู่ตัวศาลเจ้า พวกเราจะต้องเดินผ่านรางรถไฟกันก่อน

คุณไกด์เตือนพวกเราอย่าเพลินถ่ายรูปตรงรางรถไฟ เพราะอันตรายค่ะ

cookie_nekko2-15

เมื่อไปถึงด้านในเราจะพบกับเสาโทริอิสีแดง ที่วางเรียงรายกันเป็นแถวๆ

เดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูปกันสนุกสนาน

ตอนแรกจะหันหลังกลับแล้วล่ะ…เพราะเห็นว่ามีแต่เสาแดงๆ ไม่มีอะไร

แต่ลองเดินต่อไปอีกหน่อย ก็เจอกับศาลเจ้าจิ้งจอกที่ทำให้เรากรี๊ด

cookie_nekko2-16

กรี๊ดอะไร…กรี๊ดแผ่นป้ายขอพรที่สุดแสนจะครีเอท

cookie_nekko2-17

cookie_nekko2-19

แผ่นป้ายเดิมเป็นแค่หน้าจิ้งจอกสีขาวๆ แต่พอเติมหน้าตาลงไปหน่อย

ก็กลายเป็นหน้าตาอื่นๆ แขวนกันเต็มไปหมด

เดินไปจ่าย 500 เยน รับแผ่นป้ายมาวาดและเขียนขอพรด้านหลัง

cookie_nekko2-20

ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถ เราแวะซื้อน้ำผลไม้สด ที่หมายตาไว้ตั้งแต่ตอนเดินเข้ามา

ส้มลูกโตๆ ดูน่ากินมาก แม่ค้าจะใช้เครื่องเจาะเอาแกนกลางออกก่อน

แล้วก็ใช้เครื่องที่ว่า นำส้มทั้งลูกที่เจาะแกนกลางเข้าไปปั่นๆกวนๆเนื้อข้างในผลส้มให้มีน้ำ

แต่น้ำยังอยู่ในผลส้มนั้นนะ ไม่ได้เทใส่ขวดหรือแก้ว

เสร็จแล้วถามเราว่าจะเติมน้ำผึ้งด้วยมั้ย…เราขอเติมมานิดเดียว

เรา “ไอซ์ ๆ ถ่ายรูปเรากะผลส้มนี่ให้หน่อย”

ตากล้อง “ได้เลยพี่”

….แชะ….

ตากล้อง “โห พี่ กลมเหมือนกันเลย หน้าพี่กับส้มอะ”

 #@##@!!*!&!!!!!

cookie_nekko2-21

กลับมาที่น้ำส้ม…ในผลส้มลูกโตในมือ

ซู้ดดดด…แอะ…แหยะ…ขมอ่า…คิดในแง่ดีว่า เรากำลังได้รสชาติของความเป็นกากใยส้ม ปลอบใจตัวเองไป

500 เยนของฉ้านนนนน ดูดไปสามสี่อึก จบไปด้วยความเฝื่อน

(ถ้าเติมน้ำผึ้งเยอะกว่านี้คงจะดีขึ้น)

…………………………………

เริ่มตึง ๆ น่องเพราะการเดินกันแล้ว แต่ทัวร์วันนี้ยังไม่จบ

ข้ามเมืองไปจังหวัดนารากันเลย

เราจะไปวัดโทไดจิกันค่ะ

cookie_nekko2-22

วัดโทไดจิเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระไดบุตสึ(หลวงพ่อโต) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ก่อนเข้าไปตัววัดจะเจอฝูงกวางเดินไปเดินมาเป็นจำนวนมาก

cookie_nekko2-27

cookie_nekko2-23

และมีซุ้มเล็กๆ ขายเซมเบ้ให้นักท่องเที่ยวไว้สำหรับป้อนกวางด้วยค่ะ

… คุณนัชญ์ ซื้อเซมเบ้ แล้วโดนกวางล้อมหน้าล้อมหลัง

ดูๆไปเหมือนกำลังโดนรีดไถ…

เมื่อข้ามประตูไม้ใหญ่เข้ามาจะเจอวิหารหลังใหญ่

ตัววิหารจะทำจากไม้ทั้งหลัง แต่ที่เราเห็นคือการสร้างแทนที่ของเดิม

เมื่อเข้าไปในวิหารเราเห็นโมเดลจำลองวิหารของเก่าเทียบกับของปัจจุบันด้วย

ของปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่ามาก (นี่ขนาดเล็กแล้วนะ)

cookie_nekko2-24

ช่วงที่เดินอยู่ภายในวิหาร นอกจากองค์พระโตและทวารบาลที่มีขนาดใหญ่แล้ว

cookie_nekko2-25

สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างคือ เสาต้นใหญ่ มีนักเรียนต่อแถวกันจำนวนมาก

เสาต้นนี้จะมีช่องให้ลอดด้านล่าง ถ้าลอดผ่าน คำอธิษฐานจะเป็นจริงประมาณนี้

cookie_nekko2-26

ปลายทางออกจะโดนดักด้วยเครื่องราง ของที่ระลึกอีกแล้ว

เดินดูเพลินๆ ก็เห็นเครื่องรางสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย น่ารักมาก

เป็นเครื่องรางไว้สำหรับเสริมเสน่ห์สัตว์เลี้ยงค่ะ

ซื้อมาฝากแมวตามระเบียบ

cookie_nekko2-28 cookie_nekko2-29 cookie_nekko2-30 cookie_nekko2-32 cookie_nekko2-31

ออกมาจากวิหารก็เจอกวางนั่งบ้างหลับบ้าง ดูสงบกว่ากวางที่อยู่ด้านนอก

ถ้าใครซื้อเซมเบ้ ขอแนะนำว่าให้มาป้อนกวางด้านในดีกว่าค่ะ

ดูเป็นกวางชั่วโมงบินน้อย ไม่รุนแรงเท่ากวางชั่วโมงบินสูงด้านนอก

ที่เล่าแบบนี้เพราะเจอกับตัวเอง

กำลังยืนหน้าร้านขายเซมเบ้ ยังไม่ทันจะหยิบกระเป๋าเงิน เจ้ากวางก็มางับหลังอยู่สองทีแรงๆ

ทำเอาสะดุ้งอุทานโวยวายสไตล์ไทยแลนด์โดะไปเหมือนกัน

พอซื้อเสร็จ…ก็โดนกวาง 4-5 ตัว ล้อมไว้อยู่กับที่

น่ากลัวหน่อยๆ

 

เรา “ไอซ์ ๆ ป้อนกวางบ้างมั้ย ไม่ไหวละ”

ตากล้อง (สั่นหัวด๊อกแด๊กเป็นหนังแขก ทำหน้าแหยงๆ) “ไม่อะพี่”

แล้วปล่อยให้เราป้อนเซมเบ้กวางรัวๆ ให้คุมกับ 150 เยนที่จ่ายไปกับค่าเซมเบ้หนึ่งมัด

…………………………………

cookie_nekko2-33

จบมื้อค่ำด้วยมือเรา นั่นก็คือการละเลง “โอโคโนมิยากิ” ด้วยฝีมือตัวเองค่ะ

วิธีทำก็ไม่ยากเลย เอาเบคอนลง เอาส่วนผสมลงไปกองให้กลมๆ ต่างหาก รอประมาณห้านาที

แล้วพลิกกลับด้านให้ทับเบคอนแล้วก็รอให้สุก พอจวนสุกก็ราดด้วยน้ำจิ้มกับมายองเนสค่ะ

บนโต๊ะอาหารมีไก่คาราเกะ มันฝรั่งทอด หมึกย่าง ยากิโซบะ ทุกอย่างขนาดจัมโบ้วางไว้ด้วย

จัดเต็มกันมาเลยทีเดียว…

นอกจากจะเป็นทัวร์ที่ทำให้ฟินกับแมวแล้ว ยังเป็นทัวร์ชูชกด้วย

cookie_nekko2-34

…………………………………

สำหรับโปรแกรมทัวร์วันนี้จบเท่านี้

เข้าที่พัก แต่เรายังไม่จบ…โรงแรมที่พวกเราพักอยู่ย่านอุเมดะ

ใกล้ๆกับสถานีโอซาก้า / สถานีอุเมดะ เราไปห้าง Yodobashi อีกรอบ

(ที่ไปมาวันแรกแล้วไม่เจอตู้หยอดไข่)

cookie_nekko2-35

วันนี้เราถามกับพนักงานเลยว่าเครื่องหมุนไข่อยู่ตรงไหน (Gachapon)

พอเดินไปเจอตามที่พนักงานบอก…ดีใจมาก

ตู้หมุนไข่วางกันเรียงราย แต่อนิจจาห้างจะปิดในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าแล้ว (ปิดสี่ทุ่ม)

รออะไรคะ…หมุนสิหมุนนนนน

cookie_nekko2-36 cookie_nekko2-37

ตู้หยอดไข่ จะพบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ราคา 200-400 เยน แล้วแต่แบบต่อการหมุนหนึ่งครั้ง

ของที่อยู่ในไข่จะมีภาพแปะอยู่บนตู้ แล้วแต่ว่าเราจะเลือกหมุนตู้ไหน

แล้วจะมีการเปลี่ยนคอลเลคชั่นกันตลอด ไปเดือนหน้าอาจจะไม่มีที่เราเคยหมุนเดือนนี้แล้วก็ได้

มันเป็นของฝากที่เหมาะมากๆ อีกอย่างหนึ่งเลยนะ

 

จบวันนี้ด้วยไข่เต็มถุง…

พรุ่งนี้เราจะไปปราสาทโอซาก้ากับคาเฟ่แมวกัน

(ทัวร์ปล่อยอิสระอีกครึ่งวัน…เราจะพาน้องตากล้องไปตามหามินเนี่ยน จะได้กลับมาหรือไม่ โปรดติดตาม)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

[SR] ตะลุยญี่ปุ่นกับอาหารแมว Nekko และทูนหัวของบ่าว

งานนี้ NEKKO พาผู้โชคดีจากการเล่นเกมและการชิงโชคไปพร้อมกันด้วย

พอไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็มีเจ้าหน้าที่มานั่งรอเราอยู่แล้ว

ระหว่างที่รอทุกคนอยู่ที่สนามบิน

…ตากล้อง “เค้าเรียกผมว่าแมว” ที่ไปด้วยกัน เดินลากกระเป๋าใบน้อยมา

เรา “นี่จะพอใส่ของกลับเหรอไงเนี่ย…” นี่คือคำทักทายแรก

ตากล้อง “ไม่รู้เหมือนกันครับพี่” (เหลือบตามองกระเป๋าฉันสิ สูงครึ่งเอว!)

…คุณนัชญ์ ทูนหัวของบ่าว มาถึงก็เรียกทุกคนรายงานตัว

แจกตารางการเดินทาง ทักทายกันเฮฮา รวมตัวกันถ่ายรูปก่อนเข้าไปด้านใน

เอ้า 1 2 3!

12083946_10153232010919779_1125474197_n

เข้าเครื่องเรียบร้อย…เครื่องกำลังจะขึ้น เอาล่ะ เรากำลังจะเดินทางแล้วนะ…คร่อก

หกโมงเช้า…ถึงสนามบินคันไซ…

รับกระเป๋าและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย

ผู้ดูแลกลุ่มทัวร์ย้ำกับพวกเราว่าต้องไปให้ถึงสถานีวาคายาม่าก่อน 10 โมง

เพราะถ้าพลาดรอบนี้ จะไม่ได้ขึ้นรถไฟทามะ

หลังจากรอบนี้เค้าจะปิดปรับปรุง ยังไม่รู้ว่าจะเปิดอีกทีเมื่อไหร่

(คือต้องโทรเช็คเอากับทางสถานี)

ตากล้อง “บนเครื่อง พี่นอนหลับมั้ย”

เรา “หลับสิ เครื่องขึ้นนี่แทบไม่รู้เรื่องแล้ว”

ตากล้อง “ผมไม่ได้นอนเลยอะ” 

สุดท้ายไปหลับบนรถบัสได้นิดหน่อย

ประมาณเก้าโมงนิดๆ ก็ถึงสถานีวาคายาม่า (WAKAYAMA)

cookie_nekko1-3

สถานีวาคายาม่าเป็นสถานีเล็กๆ ของจังหวัดวาคายาม่า

เป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟสายคิชิกาว่า วิ่งไปยังสถานีคิชิ

cookie_nekko1-12

ที่เคยมี “ทามะ” แมวที่เป็นนายสถานีตัวแรกของโลก ประจำการอยู่ที่สถานีคิชิ

cookie_nekko1-4

เดินเข้าไปส่วนจำหน่ายตั๋ว เราก็ตื่นเต้นแล้ว เพียงแค่ได้เห็นป้ายแล้วมีการ์ตูนทามะติดอยู่

นี่เรากำลังจะมาที่ที่ทามะเคยอยู่แล้วนะ

cookie_nekko1-2

บันไดทางขึ้นไปชานชาลา ต้อนรับเราด้วยภาพการ์ตูนทามะ

และรอยเท้าแมวให้เดินตามขึ้นไป

cookie_nekko1-1

นั่นๆ รถไฟมาแล้ว เดี๋ยวก่อนนะ ยังไม่ขึ้นได้มั้ย

ขอถ่ายภาพตั้งแต่หัวยันท้ายขบวนก่อนสิ

…ทำไม่ได้ เดี๋ยวตกรถไฟ คนอื่นเขาขึ้นกันไปหมดแล้ว…

นึกขึ้นมาได้ว่า ipad ที่โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า จึงถ่ายเก็บได้ทั้งขบวน ฟู่วว

cookie_nekko1-5

ด้านหน้ารถไฟก็ออกแบบให้เป็นแมว

cookie_nekko1-6

cookie_nekko1-7

cookie_nekko1-8

ด้านในก็ยังจะแมว…อะไรจะเหมียวขนาดนี้

cookie_nekko1-9
มีหนังสือให้อ่าน มีของที่ระลึกให้ดู
แม้แต่พื้นก็ยังใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ อย่างรอยเท้าแมว
แม้แต่พื้นก็ยังใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ อย่างรอยเท้าแมว

แมวทั้งขบวน…ฟินนาเล่~

cookie_nekko1-11

เมื่อถึงสถานีคิชิแล้วเราก็ได้เห็นศาลทามะ ที่ชาวเมืองทำตั้งไว้ให้ระลึกถึง

เราอยู่ตรงนี้เกือบเป็นคนสุดท้ายอีกแล้ว

คือทุกคนไปตรงด้านในสถานีกันหมด

เรายืนทำความเคารพทามะเงียบๆ

cookie_nekko1-13

ใกล้กับศาลทามะ มีหินหนึ่งก้อน ล้อมรอบด้วยเชือก

นั่นคือที่เก็บกระดูกของทามะจัง

cookie_nekko1-14

เข้าไปด้านในสถานีก็กรี๊ดกร๊าดกับคาเฟ่เล็กๆ ที่มีของที่ระลึกขาย

ให้เพื่อนๆ ไปทักทายเจ้านิทามะ นายสถานีตัวที่สองก่อน

เป็นธรรมเนียมของตัวเรา ว่าถ้าไปเที่ยวและที่นั่นมีของกินแบบลิมิเต็ด

เราจะต้องขอลอง และที่สั่งมาคือ ลาเต้

เพราะเห็นว่ามีฟองรูปเท้าแมวใส่ในแก้วทามะดูน่ารักดี พอชิมแล้วอร่อยด้วยนะ

พอกินหมด เดินไปส่งถาดแก้วให้พนักงาน

(ที่ญี่ปุ่น เวลาเข้าร้านอาหารให้ลองสังเกตกันนะคะ บางร้านเวลาเรากินเสร็จแล้ว

ต้องนำถาดรวมถึงแก้วน้ำจานชามที่ใช้แล้วไปวางคืนค่ะ)

ลืมคิดไปว่า…แก้วน้ำทามะ(แก้วกระดาษ) เราเก็บกลับมาได้นี่

ก็ดันคืนพนักงานไปซะแล้ว (มานึกได้ตอนมีพี่ๆแฟนเพจทักมาในไอจี)

ว้า…เสียดาย

cookie_nekko1-15

ส่วนของที่ระลึกขายที่จัดเป็นมุมตรงกลางของคาเฟ่

ตุ๊กตาพวงกุญแจทามะดูเหมือนจะขายดีเพราะเล่นกวาดกันหมดชั้น

พนักงานรีบเอาของมาเติมกันเลยทีเดียว

ตากล้อง (มาอีกล่ะ) “พี่วีครับ…ผมขอยืมตุ๊กตาตัวนึง ถ่ายรูปจะไปเล่นเกมกับแฟนเพจ”

เรา “อ่าว…ซื้อสิเฮ้ย” (แต่ก็ให้ถ่าย)

แล้วก็ไปวนเวียนอยู่แถวชั้นขายของที่ระลึก

cookie_nekko1-16

ออกมาดูนิทามะกัน นั่นไงนอนหลับปุ๋ยอยู่เลย

นิทามะ เป็นนายสถานีตัวที่สองต่อจากทามะ

(“นิ” แปลว่า สอง “นิทามะ” แปลว่า ทามะที่สองนั่นเอง)

เคยประจำอยู่ที่สถานีอิดากิโสะ ก่อนหน้าก็สลับสับเปลี่ยนกับทามะอยู่แล้วค่ะ

มีวันหยุดด้วยนะ ถ้าจะมาต้องเช็คดีๆ เดี๋ยวมาแล้วไม่เจอ

ตั้งภาพทามะให้ระลึกถึง มีคนนำอาหารแมวมาวางให้ด้วย
ตั้งภาพทามะให้ระลึกถึง มีคนนำอาหารแมวมาวางให้ด้วย
แผ่นกระเบื้องปูพื้น
แผ่นกระเบื้องปูพื้น
ทามะจัง...
ทามะจัง…

cookie_nekko1-17

บริเวณสถานีออกแบบให้ดูเป็นแมวด้วยนะ เห็นเป็นแมวกันมั้ย

แล้วจะมีห้องขายของที่ระลึกด้วยนะ…

เท่านั้นแหละ…เทวดาฝั่งขวา…สติจ๋าจงบังเกิดแก่ลูก

มารฝั่งซ้าย…มาถึงแล้ว จะได้มาอีกเมื่อไหร่

บึ้มม…หยิบสิคะ รออะไร ช้อปกระจายยย มารฝั่งซ้ายชนะ K.O.

คุณนัชญ์เห็นถุงของที่ระลึกในมือเราแล้วก็… “คุณวี! ล้มละลายเลยมั้ยคะ”

เรา “อยู่นานกว่านี้ก็…หมดตัวละค่าาา”

สิบเอ็ดโมง…ถึงเวลาที่ต้องขึ้นรถบัสเพื่อกลับไปยังโอซาก้าแล้ว

แล้วเราจะได้พบกันอีกนะ นิทามะ

cookie_nekko1-30

*******************

cookie_nekko1-21

จากนั้นเรามารับประทานอาหารกลางวันที่ห้าง Yodobashi ย่านอุเมดะ โอซาก้า

เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ของทอด อยู่ที่ชั้น 8 เราจะหยิบของที่ร้านเสียบไม้ไว้แล้วมาทอดเองค่ะ

อาหารชนิดนี้เรียกว่า “คุชิคัตสึ”

cookie_nekko1-22

ก่อนจะนำลงน้ำมัน ต้องคลุกกับแป้งและเกล็ดขนมปังก่อน

ถ้าไม่คลุก น้ำมันจะกระเด็นให้เสียวมือเสียวหน้าเล่น

ทอดสุกแล้วก็นำมาจิ้มกับน้ำจิ้มที่มีให้เลือกหลายแบบ

จะกินกับข้าวสวยก็ได้

cookie_nekko1-23

เรากินไม่ได้เยอะเท่าไหร่ เห็นว่าพอมีเวลาเหลือก่อนที่ทัวร์นัด ก็เลย…

เรา “จะไปเซอร์เวย์ตู้หยอดไข่”

(กิจกรรมที่เราชอบมากเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นคือ การหยอดไข่ หรือ กาชาปอง)

…ที่ห้าง Yodobashi จะขายอุปกรณ์อิเลคทรอนิค เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้อง ของเล่น

และที่จากเคยไปสาขาอื่นมา เราพบว่าห้างนี้จะมีห้องที่วางตู้หมุนไข่โดยเฉพาะ…

ตากล้อง “ไปด้วยพี่” (จะไปหาซื้อตุ๊กตาเนโกะดังโงะที่หน้าเหมือนเส้าหลิน)

สรุปว่าหาไม่เจอ ต้องรีบไปรวมตัวกับทางกลุ่ม

…เดี๋ยวต้องกลับมาหาเองอีกรอบ หมายมั่นปั้นมือไว้แล้ว

*******************

ช่วงบ่ายมาที่ห้าง AEON (อิออน) จะมีส่วนของร้าน Pet shop ที่ค่อนข้างใหญ่

เราเพลิดเพลินกับการดูของฝากให้เฮง เฮง และมีมีมาก

มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ขนม ของใช้ ของเล่นให้เลือก

cookie_nekko1-24

ได้ของกลับมาฝากแมวพอสมควร….อย่างเช่นลังส้ม

นึกแล้วก็ขำในความช่างคิดของคนญี่ปุ่น

เออ…มันก็กล่องกระดาษธรรมดา แต่ออกแบบลายกล่องให้เป็นลังส้ม ก็ตลกดี

cookie_nekko1-25

สะดุดตากับความน่ารักของป้ายห้อยคอสัตว์เลี้ยง

ถึงกับให้คุณไกด์ช่วยถามพนักงานว่าถ้าสั่งทำแล้วได้ของเมื่อไหร่

คำตอบคืออีกสามสัปดาห์ ก็เลยอดสั่ง…

cookie_nekko1-27

ออกมาจาก Pet shop เราเดินขึ้นไปร้านหนังสือ

สะดุดตากับการจัดวางหน้าร้านที่มีของใช้คนที่เป็นแมวเรียงกันอยู่

แถมยังจัดหนังสือแมวๆ ไว้ให้เลือกกันจนลายตา

*******************

ช่วงเย็นไปกินที่ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง

“คุณรี่” ไกด์ Local น่ารักของกลุ่มทัวร์แนะนำวิธีการสั่งอาหาร

“ถ้าต้องการสั่งเพิ่มนะคะ เวลาเรียกพนักงาน ให้ยกมือ

แล้วพูดว่า สุมิมาเซน แปลว่า ขอโทษนะค้า”

“เนื้อ คือ กิว ค่ะ หมู คือ บูตะ ค่ะ ไก่ คือ โทริ ค่ะ และผัก คือ ยะไซ ค่ะ จำไว้นะค้า”

“ประโยคเต็มๆคือ สุมิมาเซน กิว คุดะไซ แต่ถ้าพูดแค่ว่า กิว เค้าก็รู้เรื่องแล้วค่า”

เอาล่ะ…ลงสนามกันเลย

cookie_nekko1-28

ตากล้อง “พี่ๆ ผมขอลองสั่งนะ เราต้องยกมือแล้วพูดว่าอะไรนะพี่…?”

เรา “สุมิมาเซน…”

ตากล้อง “แล้วเนื้อนี่อะไรนะพี่ กิว ใช่มั้ย”

เรา “ใช่”

ตากล้อง “ผมต้องพูดว่า สุมิมาเซน กิว คุมิมาเซน ใช่มั้ย…”

เรา “สุมิมาเซน กิว คุดะไซ” (กุมขมับแป๊ป…จะได้กินมั้ย)

เรา “…นั่นพนักงานมาแล้ว สั่งสิ”

ตากล้อง “ไม่พี่ ผมรอพนักงานอีกคน”

เรา “รอทำไม” (คือของหมดแล้ว นี่หิว)

ตากล้อง “อีกคนน่ารักกว่าไงพี่” …(เอิบ)

สรุปไม่ทันจะยกมือ พูดแค่ว่า “กิว” สั้นๆ ของก็มาแล้ว

และโต๊ะเราเป็นโต๊ะสุดท้ายที่ลุก…กิว กิว กิว กันตลอด (ไม่ต้องบอกนะว่าใครสั่ง)

cookie_nekko1-29

เนื้ออร่อยมาก ขนาดเราที่เป็นคนที่ไม่ชอบทานเนื้อ ยังติดใจเลยล่ะ

ไม่คาว นุ่ม อร่อยจริงๆ

จบจากมื้อเย็นเข้าที่พักกันเรียบร้อย

พรุ่งนี้ไปเที่ยวเกียวโตกับนารากัน…

******

ทามะเป็นแมวจรมาก่อน เจ้าของเก็บมาเลี้ยงแล้วนำมาอยู่ที่ร้านค้าบริเวณสถานี

จากกิจการของสถานีที่เคยเงียบเหงา ได้พลิกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ก็เพราะทามะจัง สามารถดึงดูดคนให้มาเยี่ยมเยียนสถานีได้มากมาย

ทามะเพิ่งจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 58 ด้วยวัย 16 ปี 

(ถ้าเทียบกับคนเท่ากับคนอายุประมาณ 80 ปีเลยนะ)

[SR] รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson รุ่น DC74 Fluffy

ได้เครื่องดูดฝุ่นมาทดลองใช้หนึ่งเดือน

ในใจก็คิดว่าจะต่างกับเครื่องดูดฝุ่นที่เคยใช้ยังไงนะ

(ที่เคยใช้เวลาจะย้ายจุดทำความสะอาดที ก็ไปถอดปลั๊กที และเป็นแบบถุงเก็บฝุ่น)

เครื่องดูดฝุ่นที่จะมารีวิวให้ดูกัน คือ ยี่ห้อ Dyson รุ่น DC74 Fluffy

ราคาเครื่อง 28,900 บาท

อุปกรณ์ และหัวแปรงต่างๆ ที่อยู่ในกล่อง
อุปกรณ์ และหัวแปรงต่างๆ ที่อยู่ในกล่อง

เปิดกล่องออกมาก็เจอกับอุปกรณ์ และหัวแปรง

ใช้เวลาอ่านคู่มือ ทำความเข้าใจเรื่องการใช้งาน

dyson2

ประกอบร่าง ถือจับสะดวก ไม่มีสายไฟมากวนใจ ดูดพื้นลื่นปรื้ด

dyson3

มาทดลองดูดบนคอนโดแมว ของเจ้าเฮงเฮงดู

dyson4

ได้ผลลัพท์ที่แอบสะพรึงเล็กน้อย ว่าขนอะไรมันจะเยอะขนาดนี้นะ

แถมยังมีเศษเล็กเศษน้อยขึ้นมาอีกเพียบ

(ชอบมากกกก…ทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องสนุกไปเลย)

dyson5

เปิดด้านล่าง ก็ทิ้งฝุ่น ผง ขนสัตว์ ที่ดูดขึ้นมาได้ง่ายๆ

(ชอบตรงนี้มากกว่าแบบถุงเก็บฝุ่น)

dyson6

ส่วนไส้กรอง ก็เอาไปทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำ

dyson7

เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย ใช้วิธีการชาร์ตไฟประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

dyson8

เมื่อกดปุ่ม Max ก็จะได้พลังดูดที่สูงขึ้น

แต่ก็กินไฟเยอะ ดูดพื้นไป 6 นาที เครื่องก็ดับ ต้องชาร์ตใหม่ซะแล้ว

แต่ถ้าไม่ใช้โหมดนี้ จะใช้พลังงานได้นานประมาณ 16-20 นาที

  • ดูดทำความสะอาดคอนโดแมวดีมาก เอี่ยมกันเลยทีเดียว
  • ดูดพื้นบ้านก่อนถู พบว่าพอถูเสร็จ (แบบดันฝุ่น) มีฝุ่นน้อยมาก
  • ดูเตียง มีฝุ่งผงขึ้นมาเยอะ เห็นว่าดูดไรฝุ่นอะไรพวกนี้ด้วย ดีอยู่ค่ะ

การผจญภัยของวี กับอึสองเฮง พยาธิ และเมล็ดข้าวสาร

แบร่...
แบร่…

การสังเกตการขับถ่ายของแมว ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม

แต่สำหรับคนเลี้ยงแมวหลายๆคนนั้นแทบจะดูเช้า ดูเย็น

แมวอึน้อยก็เครียดว่ามันท้องผูกมั้ย แมวอึเยอะก็เครียดว่าอาหารดูดซึมได้ไม่ค่อยดีหรือเปล่า

แมวฉี่น้อยก็กังวลว่าจะเป็นนิ่วมั้ย ฉี่เยอะหลายครั้งเกินไปจะเป็นไตหรือเปล่า

วันนึงๆ ขับถ่ายกันกี่ครั้ง ทำไมวันนี้อึมากกว่าค่าเฉลี่ย…เอาเข้าไป

โอ๊ย…สารพัดที่จะกังวลค่ะ

สำหรับเรานั้นด้วยความที่ทำงานอยู่กับบ้าน ทำให้สามารถสังเกตเรื่องนี้ได้สะดวก อะจ๊ากก

ทำไมจะต้องสังเกตการขับถ่ายของแมวด้วย?

การขับถ่ายของแมว บ่งบอกถึงสุขภาพแมวเบื้องต้นได้ค่ะ

ถ้าหากว่าแมวมีการเบ่งฉี่ แต่ฉี่ออกได้นิดเดียว ฉี่หรืออึมีเลือดปน อึเหลว ถ่ายบ่อย

ถือว่าเป็นอาการที่ผิดปกติ อย่างนิ่งนอนใจ ให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์ได้เลย

ด้วยเหตุนี้ทำให้เราสังเกตถึงความผิดปกติในการขับถ่ายของสองเฮงได้ คือ “อึมีเลือดปน”

เลือดที่ว่าคือเลือดสด เดาได้ก่อนว่า อาจจะมีพยาธิ

(ถ้าเป็นเลือดสีคล้ำนี่ ให้รีบพาไปด่วนๆ)

คุณหมอให้ยาถ่ายพยาธิมากิน 1 เม็ด (drontal cat 1 เม็ด ต่อแมวน้ำหนัก 4 กิโลกรัมขึ้นไป)

ช่วงค่ำๆ เฮงถ่ายออกมาพร้อมพยาธิตัวกลม และสิ่งที่เราคิดว่าเป็นพยาธิตัวตืด

อะไรที่ทำให้คิดว่าเป็นพยาธิตัวตืด…

เพราะพยาธิตัวตืดจะมีลักษณะคล้ายเมล็ดข้าว รวมถึงพฤติกรรมของเฮง

ช่วงที่เราไม่อยู่ น้องสาวบอกว่า เฮงไปกินจิ้งจกมา

(แมวมีโอกาสติดพยาธิได้จากการไปจับจิ้งจก แมลงสาบ หนู ถึงแค่ไปเล่นๆ ไปกัด

ถ้ามีไข่พยาธิอยู่ก็อาจจะติดมาได้แล้วนะ)

เอาล่ะสิทีนี้…เฮงมีตัวตืด!

ผ่านไปสามวันหลังจากกินยาถ่ายพยาธิ…พยาธิตัวตืดที่ว่าก็ยังไม่หมด

จึงต้องให้ยาซ้ำอีก (คุณหมอแจ้งว่า drontal cat ไม่เป็นอันตรายถ้าให้ติดต่อกันค่ะ)

ผ่านไปอีก 5 วัน…เอ้า! พยาธิตัวตืดก็ยังไม่หมด!

ป้าหมอกระจิบแห่งเพจเสือน้อย และลุงพู บอกว่า เคยเจอเคสที่กว่าจะถ่ายพยาธิหมดคือสองสัปดาห์เลยนะ

รอดูไปอีกให้ครบสองสัปดาห์ก่อนได้…

สองสัปดาห์แล้ว…เอ้า! พยาธิตัวตืดก็ยังไม่หมด! อี้ก

ป้าหมอเริ่มบอกว่า แปลก… (เห่ยยย ขนาดป้าหมอยังว่าแปลก)

และเราได้สั่งยาถ่ายพยาธิตัวตืดโดยเฉพาะ (Droncit cat) มาจากเว็บ amazon

(ยาถ่ายพยาธิ Drontal cat จะเป็นยาถ่ายพยาธิรวมสำหรับแมว

ซึ่งจะมีตัวยา Praziquantal 20 mg ต่อเม็ด

แต่ Droncit cat จะมีตัวยาอยู่ 25 mg ต่อครึ่งเม็ด >>> ตัวนี้แมวให้ครึ่งเม็ดค่ะ)

รูดปี๊ดไปยัง uk amazon ของมาถึงบ้านในอีก 4 วันต่อมา (เร็วมาก)

“ถ้ากินยาถ่ายพยาธิอันนี้แล้วอันถ่ายไม่หมด พี่วีก็ไม่รู้จะทำไงแล้วเฮง”

พูดจบก็ง้างปากเฮง ยัดยาเข้าไป ได้แผลมาเล็กน้อย

…พยาธิหมดมั้ย…เอ้า! พยาธิตัวตืดก็ยังไม่หมด! อี้กกกกกกกกกก

สิ่งที่คิดว่าเป็นพยาธิ แต่ความจริงแล้วคือ ข้าวสาร...เอวัง
สิ่งที่คิดว่าเป็นพยาธิ แต่ความจริงแล้วคือ ข้าวสาร…เอวัง

จังหวะนั้นหมอขวัญที่รู้จักกัน ได้แนะนำอาจารย์สัตวแพทย์เฉพาะทาง ด้านปรสิต ที่จุฬาฯ ให้

เราจัดการเก็บตัวอย่างอึเฮง แช่น้ำแข็งไปฝากให้อาจารย์

เพื่อทำการส่องกล้องว่าคือพยาธิอะไรกันแน่

ก่อนหน้านั้น ทางป้าหมอกระจิบ ก็ได้ขอไปเหมือนกัน

ให้เพื่อนป้าหมอที่เป็นสัตวแพทย์เฉพาะทาง ด้านปรสิตตรวจให้

ดูด้วยตาเปล่าแล้วบอกว่า “แมวแอบไปกินข้าวที่ไหนมาหรือเปล่า เพราะดูแล้วไม่ใช่พยาธิตัวตืด มันอาจจะเป็นพยาธิชนิดที่ไม่ค่อบพบในแมวนะ เดี๋ยวขอส่องกล้องดูก่อน”

เราก็ยืนยันหนักแน่น “ไม่ได้กินค่ะ”

(แต่ในใจนี่คือ ตัวเองตกลงไปในหลุมอากาศ แล้วกรีดร้องแบบละครสยองขวัญไปแล้ว)

ผลการส่องกล้องออกมาพบว่า

“ไม่ใช่พยาธิ แต่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต และไม่พบไข่พยาธินะคะ…”

(แหงล่ะ…เล่นกินยาซะพยาธิเกรงเลยนี่นะเฮง)

หมอขวัญกับป้าหมอกระจิบ ยังคุยกันว่าเป็นเคสที่แปลกมาก

ทีนี้ก็คิดเลยสิว่าเพราะอาหารเกรด holistic ที่ให้ เฮงย่อยไม่ได้

ทำไมกินอาหารเม็ด แล้วออกมาเป็นเม็ดข้าว…เอาเข้าไป

เลยเปลี่ยนมาให้กินเกรดพรีเมี่ยมเหมือนเดิม แต่ก็ยังมีเมล็ดข้าวออกมาอีก

ทำไมล่ะ…จะพาเฮงไปเกษตร ไปหาอาจารย์เฉพาะทางโรคทางเดินอาหารแล้วนะ!

วันที่กินถ่ายพยาธิ เม็ดๆนี่ก็ออกมาแบบหักๆและเยอะด้วยนะคะ!

เอ้า!หลงทางไปอี้ก

พอเปลี่ยนอาหาร อึเฮงมีสีเข้มขึ้น! อึสีเข้มไม่มีเม็ดข้าว

แต่อึสีอ่อนมีเม็ดข้าว! ฉันต้องทำวิจัยอะไรมั้ย!

เป็นบ้าไปแล้ว…

จนกระทั่ง…วันที่ได้พบคำตอบ

เราบ่นขึ้นมาว่าเจอเมล็ดข้าวในอึเฮงทุกวันเลย เป็นเพราะอะไร

แม่…(นึกภาพตามว่ามีหลอดไฟปิ๊งแว๊บขึ้นมานะคะ)

“แม่ว่าเฮงต้องไปกินข้าวสารที่แม่เอาใส่ไว้ในกระถางปักธูปห้องพระแน่ๆ

เพราะไปกวาดห้องพระแล้วเห็นเม็ดข้าวมันหกออกมา”

เรา “มันหมดไปเยอะมั้ย”

แม่ “เยอะ! หมดไปเป็นครึ่งเลย”

…..บราโว่ ฮัลโหลวววว โอเย่ ฮัดช่าาาาาาาา ตะลาล่า….เพลงค้างค้าวกินกล้วยเริ่มมม

ชั้ น เ จ อ คำ ต อ บ แ ล้ ว !

เฮง เฮงกินข้าวสารจริงๆ!

รู้เลยค่ะว่าเวลาคนเราหาทางออกเจอ มันโล่งใจขนาดไหน

คือตอนเช้าแม่จะปล่อยออกมาจากห้อง

เฮงคงวิ่งเข้าห้องพระ 
แล้วไปกินข้าวสารที่แม่เอามาใส่กระถางปักธูป!

จัดการปิดห้องพระ สังเกตอึเฮงต่อ…เป็นก้อนสวยงาม ไร้สิ่งปลอมปน

(อะไรที่ทำให้มองว่าอึสวยงามได้เนี่ย…)

อุ่ย...โดนจับได้แล้วว่ากินข้าวสาร
อุ่ย…โดนจับได้แล้วว่ากินข้าวสาร

……………………….

และที่คิดว่าตัวเองตลกมากคือจะนั่งรองอึเฮงทุกวันเวลาเฮงเข้าห้องน้ำ

เพื่อกันไม่ให้อึตกลงกระบะทราย กลัวไข่พยาธิลงมาปน

บางครั้งที่ไม่ได้รอง ต้องเปลี่ยนทรายใหม่หมด (กรี๊ด เปลือง!)…

จนรู้เวลาที่เฮงจะเข้ากระบะว่าเวลานี้นะ ต้องมาอึแล้ว

บางวันที่เฮงหลับ แต่ถึงเวลาเข้ากระบะ

พอเราเรียก เฮงก็ตื่น แล้วเดินมาอึให้ด้วย รู้งานดีจริงๆ

แต่เรี่องกลิ่นอึใหม่ๆ นี่ อื้อหือออออออออออออ

……………………….

‪#‎สรุปว่าเฮงเป็นไก่

‪#‎อะไรคือการสั่งยาถ่ายพยาธิตัวตืดโดยเฉพาะมาจากamazon

‪#‎พาลไปถึงเรื่องอาหารholisticที่เปลี่ยนให้

‪#‎นั่งสังเกตสี กลิ่น ปริมาณอึแมวทุกวัน โถชีวิต…

ขอขอบพระคุณ

หมอขวัญ ฐิติรัตน์ ไชยมี แห่ง Zoetis ที่ให้คำแนะนำเรื่องการหยดยา revolution ว่าควรหยดให้แมวทุกเดือน จะช่วยป้องกันหมัดและพยาธิตัวกลมได้

อาจารย์ผศ.สพ.ญ.ดร.วรพร สุขุมาวาสี ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กรุณาส่องกล้องดูพยาธิให้นะคะ

ป้าหมอกระจิบ อารยาพร  มคธเพศ จากเพจ เสือน้อย ลุงพู และ ทูเม็ด โดย ป้าหมอกระจิบ ที่ให้คำปรึกษาและเพื่อนป้าหมอค่ะ

แฟนเพจที่ติดตาม และบางท่านพอทราบว่าแมวตัวเองไปกินจิ้งจก แมลงสาบ หนู มาก็รีบให้ยาถ่ายพยาธิแมวทันที (ดีมาก!)

เบื่อวี...อยากกินข้าววว
เบื่อวี…อยากกินข้าววว

อย่าลืมนะคะ….

ป้อนยาถ่ายพยาธิแมวทุกๆ 2-3 เดือน (ชั่งน้ำหนักแมวก่อนให้กินยาถ่ายพยาธิ และยาถ่ายพยาธิที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับแมวคือ Drontal cat ค่ะ แมวบางตัวอาจจะมีอาการแพ้ยาถ่ายพยาธิ ให้ลองถามคุณหมอนะคะ และไม่แนะนำให้เอายาถ่ายพยาธิของคนไปใช้กับแมว ถ้าไม่มีคุณหมอแนะนำค่ะ)

หยดยาป้องกันหมัด Revolution (หมัดเป็นพาหะในการนำโรคมาสู่ตัวแมวได้) เดือนละครั้งค่ะ

intro เรื่องของเฮง เฮง

สองปีแล้วสินะ ที่ฉันได้เจอเฮง เฮง

ยังจำได้ดีในวันที่เจอกันครั้งแรก ฝนตกปรอยๆ

มีลูกแมวตัวเล็กนอนขดอยู่ริมกำแพงหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาห้างน้อมจิตต์

น้องสาวฉันโทรมาบอกว่า ก่อนหน้านั้น เฮง เฮงวิ่งอยู่กลางถนนท่ามกลางรถรามากมาย

โชคดีที่การจราจรติดขัดทำให้เฮงวิ่งเข้ามาหลบตรงที่ฉันไปเจอ

…………………………..

ประสบการณ์การเลี้ยงลูกแมวกำพร้าของฉันเท่ากับศูนย์

ฉันรู้แต่เพียงว่าต้องพาไปหาสัตวแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก

ช่วงแรกเฮง เฮง ถ่ายเหลว จนถึงเวลาไปถ่ายพยาธินั่นล่ะ ถึงหาย

และนั่น…ก็ทำให้เราได้เห็นพยาธิครั้งแรกในชีวิต

เรื่องการเลี้ยงดู ขอไม่พูดอะไรมาก

เพราะในหนังสือ “Cat me if you can เล่ม 2” ฉันได้เล่าไปหมดแล้ว (ขายของ)

…………………………..

ยังดูเกรอะกรัง
ยังดูเกรอะกรัง

ถึงหนังสือจะออกไปแล้ว เฮง เฮง ก็ยังทำให้มีเรื่องราวใหม่ๆ ได้ทุกวัน

ฉันเลี้ยงแมวมาหลายรุ่น

ทำให้ฉันคิดว่า ถึงจะเป็นแมวเหมือนกัน พฤติกรรมบางอย่างเหมือนกัน

แต่ทุกตัวก็ยังมีนิสัยไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกตัวก็ทำให้ชีวิตฉันมีความสุขและได้เรียนรู้อะไรจากแมวหลายอย่าง ^_^